บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

นายกฯไฟเขียวตั้งคณะทำงาน ถกปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา


นายกฯ ไฟเขียว ถกคณะทำงานฯ ตามมติคุ้มครองของศาลโลก ผบ.สส. ลั่นต้องคุยโดยไม่ให้เสียอธิปไตย เสนอรื้อกำหนดจุดของศาลโลก ยันคุยเขมรในฐานะเพื่อนสนิท เห็นด้วยแนวคิดพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน วิน-วินทั้งคู่ แต่ต้องทำตามกติกา ...

วันที่ 13 มี.ค. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าของคณะทำงานเพื่อปฏิบัติตามมติคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลก ในปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา (JWG ) ว่า นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ทางเจ้ากรมกิจการชายแดนทหารได้ไปกัมพูชาเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้ เพื่อแจ้งให้ทราบขั้นตอนตามกฎหมายของไทยเป็นอย่างไร หลังจากนั้นก็จะเชิญมาหารือกัน คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ จีบีซี ครั้งล่าสุด ทางกัมพูชายอมทำตามทุกอย่างแล้ว โดยเฉพาะขั้นตอนตามกฎหมายของไทย ทางฝ่ายกัมพูชายอมรับได้ในเรื่องนี้

“ทั้งนี้ต้องยึดหลักพื้นฐาน ในการไม่เสียอธิปไตย ความโปร่งใส และเท่าเทียม ไม่ใช่ใครได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ เมื่อศาลโลกได้กำหนดจุดออกมา เมื่อความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้นเป็นเพื่อนกัน เจ้าหน้าที่ระดับล่างได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ตอนนี้ถือว่าสงบอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อมาคุยกันก็ยินดีที่จะทำให้ชายแดนสงบ อะไรที่เป็นปัญหา ก็ละวางไว้ แล้วก้าวไปข้างหน้า เพื่อให้ วิน-วิน ด้วยกันทั้งคู่ ขณะนี้พื้นที่เงียบไม่มีปัญหาอะไร ผมไปตรวจเยี่ยมโบกมือให้ทางฝั่งโน้น ซึ่งไม่มีปัญหา สิ้นเดือนนี้ผมจะไปประชุม ผบ.ทหารสูงสุดอาเซียน จะได้พบกับ ผบ.ทหารสูงสุดกัมพูชา และนายกรัฐมนตรี กัมพูชา ซึ่งความจริงเราเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะประเทศอยู่ใกล้กัน ก็จะคุยกัน” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคิดนโยบายไม่ได้ แต่ด้วยความรู้สึกคือ ตอนแรกก็อยู่กันดีๆ แล้วมาขีดเส้น ทางฝั่งกัมพูชาเป็นหน้าผา โดยปกติมนุษย์ก็ไม่อยู่ ฝั่งเราจะเป็นพื้นที่ราบวันนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่าใครเป็นคนชี้จุดตรงนี้ การตั้งคณะทำงานฯเพื่อจะได้พูดกัน ซึ่งเป้าหมายของศาลโลกอยากให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ พูดกันรู้เรื่องตกลงกันได้จริงอยากให้อยู่อย่างสันติ ถ้าหยุดเรื่องที่มีปัญหามาร่วมกัน สิ่งที่ดีก็จะเกิด แต่ถ้าไม่ร่วมกัน ระบบเศรษฐกิจของสองประเทศจะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่คงตอบไม่ได้ว่า จะเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่เราพร้อมปฏิบัติ

เมื่อถามถึง กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเคยระบุว่า ไทยจะเสียเปรียบทางกัมพูชา พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ฟัง ในส่วนของทหารรับผิดชอบจะไม่ให้เสียเปรียบ สำหรับข้อเสนอของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่ นั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า อะไรที่ทำร่วมกันก็ดีทั้งนั้น เมื่อมีปัญหาและทะเลาะกันก็ไม่มีใครได้อะไรทั้งคู่ แต่ถ้านำจุดที่มีปัญหามาทำให้ไม่มีปัญหา และพัฒนาให้ดีขึ้น ก็จะได้ทั้งคู่ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับข้อกังวลเรื่องผลการพิพากษาของศาลโลกนั้น คงต้องใช้เวลาดูว่าผลจะออกมาอย่างไร ระหว่างที่ยังไม่ตัดสิน เรามีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันได้ แต่การจะมีผู้สังเกตการณ์เข้ามานั้นก็ต้องเข้าตามกฎหมายกติกา อย่างไรก็ตามอย่าไปกังวลต่อผลการวินิจฉัยของศาลโลก เพราะส่วนที่รับผิดชอบก็มีมาตรการรองรับอยู่แล้วว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

“คณะทำงานฯ ยังไม่ได้ประชุมกันว่า ทางอินโดนีเซียจะเข้ามาอย่างไร ผมได้เจอ ผบ.ทหารสูงสุด อินโดนีเซีย เขาก็บอกว่าอยากให้คุยกัน เขามั่นใจว่าเราจะคุยกันได้ แต่ถ้าร้องขอเขาจึงจะเข้ามาสังเกตการณ์ ซึ่งการร้องขอต้องทำทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอ ดังนั้น ต้องรอคณะทำงานฯ เจรจา เมื่อได้ผลแล้วจึงจะมาเข้าคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) และนำเรื่องเสนอรัฐบาล ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนของ ม.190 ตามรัฐธรรมนูญ จึงจะมีผลบังคับใช้ ทุกอย่างมีขั้นตอน ประเทศไทยเป็นของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะไปพูดตกลงได้” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว

Tweet


ไทยรัฐ

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค

บทความย้อนหลัง