บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

อดีต กก.มรดกโลกแนะไทยลาออกจาก กก.มรดกโลกประท้วงยูเนสโกปมปราสาทพระวิหาร


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มิถุนายน 2554 19:35 น.

       “อดุล วิเชียรเจริญ” แนะไทยลาออกจากภาคีอนุสัญญามรดกโลก และจากคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อประท้วงยูเนสโก หากไม่เลื่อนแผนพิจารณาการบริหารจัดการประสาทพระวิหาร เหตุไม่เป็นธรรมกับประเทศไทย
       กรณีที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ ครั้งที่ 35 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จะพิจารณารับรองแผนบริหารการจัดการปราสาทพระวิหาร วาระที่ 62 คาดว่า จะเป็นวันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) นั้น นายอดุล วิเชียรเจริญ อดีตคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ กล่าวว่า ส่วน ตัวสนับสนุนให้ไทยลาออกจากเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลก และจากคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ หากที่ประชุมไม่เลื่อนพิจารณาแผนบริหารการจัดการปราสาทพระวิหาร หรือว่า มีมติออกมาเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชา ทั้งนี้ ได้แนะนำมาตลอดว่า ไทยจะต้องคัดค้านแผนบริหารดังกล่าว และห้ามยอมรับเด็ดขาด เนื่องจากแผนบริหารจัดการดังกล่าวไม่เป็นธรรมกับประเทศไทยแม้แต่น้อย
      
       นายอดุล กล่าวต่อว่า เหตุผล ที่เสนอให้ลาออก เพื่อเป็นการตอบโต้นั้น ถือว่าเหมาะสมแล้ว เพราะในเมื่อยูเนสโกไม่รับฟังข้อคัดค้านของประเทศไทย ก็ไม่มีประโยชน์ และที่หลายฝ่ายกลัวว่าเมื่อลาออกจากเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลกแล้วไทย จะไม่สามารถเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ อีกนั้น ตนมองว่า การเป็นมรดกโลกไม่ใช่สิ่งสำคัญ การเป็นมรดกโลกในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก ไม่มีความเข้มงวดและความขลังเหลือแล้ว ปัจจุบันการเสนออะไรเป็นมรดกโลก สามารถทำได้ง่าย ซึ่งต่างกับอดีตที่ผ่านมายาก และมีความเข้มงวด ที่สำคัญแหล่งมรดกโลกใดมีปัญหาอยู่ก็จะไม่มีการเสนอเป็นมรดกโลก

ผวา! ยังมีมือยิงเอ็ม79 อีก 300 คน ฝึกที่เขมร เตรียมพร้อมก่อเหตุ


            ที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) เป็นประธานจัดกิจกรรมเสวนา “แนว ทางการปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่รักษาความสงบภายใต้ พระราชบัญญัติความมั่นคง (พ.ร.บ.ความมั่นคง) และ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)” โดยเชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผู้บังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาล นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา นายพีรยุทธ์ ประดิษฐ์กุล อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 สำนักงานคดีอาญา พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายชัยรัตน์ ขนิษฐบุตร ผู้อำนวยการสำนักฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) นส.พรนภา มีชนะ ผู้อำนวยกลุ่มคดีรัฐธรรมนูญ สำนักวินิจฉัย และคดีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมีพ.อ.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ ผอ.กองกฤษฎีกาและการต่างประเทศกรมพระธรรมนูญ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ทั้งนี้มีผู้บังคับหน่วยตั้งแต่ผบ.ร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย ผู้บังคับกองพัน จากหน่วยขึ้นตรงของ พล.1 รอ.จาก 3 กรม ประกอบด้วย ร.1 รอ. ร.11 รอ. และ ร.31 รอ.ประมาณ 100 นายเข้ารับฟังการเสวนา 
            ทั้ง นี้ พล.ต.กัมปนาท ได้กล่าวเปิดว่า การเสวนาวันนี้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่ที่ รักษาความสงบภายใต้ พ.ร.บ.ความมั่นคง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยการปฏิบัติงานภายใต้ในสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป ต้องพร้อมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รวมทั้งการใช้มารตรการต่าง ๆ และการชุมนุม แม้การรักษาความสงบเรียบร้อยเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามขั้นตอน กฎการใช้กำลังของกองทัพ หลักสิทธิมนุษยชน แต่ยังมีข้อถกเถียง และช่องโหว่ โดยกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ต่างมีที่ปรึกษากฎหมายที่อาจจะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ได้ จึงเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะต้องทำความเข้าใจข้อกฎหมายมากขึ้นเพื่อเพิ่ม ความมั่นในในการปฏิบัติงาน โดยการเสวนาครั้งนี้จะได้นำไปขยายผลถ่ายทอดให้กำลังพลของพล.1 รอ.เพื่อให้มีความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น
            “การเสวนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งเพื่อเตรียมการของกำลังพลในการรักษาความสงบ เรียบร้อย   โดยต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก โดยทบทวนว่าที่ผ่านมาได้ปฏิบัติอยู่ในกรอบกฎหมายครบถ้วนหรือไม่ และเพื่อดูว่ากฎการใช้กำลัง 7 ขั้นตอนแข็งหรืออ่อนตัวเกินไป เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติได้ถูกต้อง เพราะต้องยอมรับว่า ไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุมปกติ มีการจัดตั้งผู้ชุมนุมเมื่อกำหนด 7 ขั้นตอน ผู้ชุมนุมก็จะไปคิดว่าแต่ละขั้นตอนเขาจะตอบโต้เจ้าหน้าที่อย่างไร  ไม่ ได้เจาะจงหลังเลือกตั้ง แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย หน่วยความมั่นคงต้องพร้อมตลอด ซึ่งการจัดเสวนาครั้งนี้ ไม่ได้มีสิ่งบอกเหตุเป็นพิเศษ ไม่ได้มีนัยเป็นพิเศษ เป็นการฝึกทบทวนให้กำลังพลมีความพร้อม และ มีความเข้าใจในเรื่องกฎหมายว่า เราต้องปฏิบัติต้องทำอะไรกันบ้าง  โดยนำบทเรียนจากครั้งที่ผ่านมานำมาปรับปรุง  ในแง่ของ พล.1 รอ. ไม่ได้กังวลต่อสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง เพียงแต่ติดตามสถานการณ์เท่านั้น และที่ทำรั้วหน่วยให้สูงขึ้นก็เป็นเพียงการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม และ รปภ.หน่วย ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม” ผบ.พล.1 รอ.
            ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวในระหว่างการเสวนาตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมาม็อบในประเทศไทยมีพัฒนาการขึ้นมา และมีค่าใช้จ่ายในการชุมนุม หากมีการชุมนุม 400 คน ก็จะต้องใช้เงินประมาณ 200,000 บาทต่อวัน ที่เกิดจากค่าอาหาร และค่าน้ำมันรถ และม็อบยุคใหม่มี 3 องค์ประกอบคือ แกนนำ แนวร่วม และ กองกำลังที่เพิ่งเกิดจากปี 2546-2547 โดยแกนนำมีอยู่ 3 ประเภท คือ 1.แบบเปิดเผยตัว 2.แบบไม่เปิดเผยตัวแต่สั่งได้ ซึ่งคนสั่งอาจจะอยู่ไกลอีกซีกโลกก็ได้ และ 3.แกนนำแบบไม่เปิดเผยแต่สนับสนุนเรื่องเงิน และ ข้อกฎหมาย ส่วนแนวร่วมมีอยู่ 3 ประเภท คือ 1.แฟนพันธุ์แท้ 2.ว่างก็มา ไม่ว่างก็มา และจะไม่ค้างคืน และ 3.ไม่ได้มาแต่เป็นกองเชียร์ ทั้งนี้เมื่อพัฒนาการชุมนุมเปลี่ยนไปแต่การปฏิบัติหน้าที่ของทหาร และ ตำรวจ ยังเหมือนเดิม ที่ผ่านมาอุปกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจ อาทิ รถน้ำ หรือ แม้แต่เสื้อเกราะ ทางตำรวจก็จะต้องจัดซื้อแจกเอง ซึ่งรัฐบาลควรจะต้องสนับสนุน ความจริงปัญหาของเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้อยู่ที่กฎหมายมีหรือไม่ แต่ตนก็อยากจะให้มี เพราะจะได้ไม่ใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ความมั่นคง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แบบพร่ำเพรื่อ
            พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ส่วนการชุมนุมขณะนี้ยังเป็นไปด้วยความสงบและยังไม่พบอาวุธ แต่การที่คน 200 คนมาปิดถนนมันน่ารำคาญและมีคนตั้งคำถามว่า ตำรวจไม่ทำอะไรสักอย่าง แต่ถามว่าตนจะนำกฎหมายข้อไหนมาใช้ วันนี้เราจะต้องหากฎหมายอะไรสักอันที่เป็นวรรคก่อนหน้าคำว่า พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกมา และจะต้องบอกว่าหากมีการชุมนุมจะต้องทำอย่างไร เช่นจะต้องไปขออนุญาตศาลหรือไม่ ส่วนการปราศรัยหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ที่สี่แยกราชประสงค์ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ต้องคำนึงกฎการใช้กำลัง 7 ขั้นตอน โดยจะพิจารณาเริ่มดำเนินการจากจุดใดให้ดีที่สุดต่อสถานการณ์
            ส่วน พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เท่าที่ตนมีการสอบสวนกองเชียร์บาร์เซโลนา มือยิงเอ็ม 79 รวมถึงกองเชียร์บาร์เซโลนาที่ไปฝึกที่ประเทศกัมพูชา จึงรู้ว่างานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หนักและเสี่ยงอันตรายมากขึ้น การชุมนุมมีเงินสนับสนุนโดยแต่ละครั้งที่มีจ้างขว้างระเบิดจะได้ 1 หมื่นบาท และถึงมือผู้ขว้างระเบิด 5 พันบาท ส่วนเอ็ม 79 ยิงศูนย์ราชการได้ 5 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังพบข้อมูลยังมีการฝึกมือยิงระเบิดเอ็ม 79 กว่า 300 คน ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราใช้เงินไปกับภัยคุกคามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้งบประมาณไป 1.4 แสนล้านบาท แต่ภัยคุกคามที่เกี่ยวกับความความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่เห็นว่า จะจบได้หลังวันที่ 3 ก.ค. ไม่ว่า ใครจะขึ้นมา จะมีอะไรตามมาแน่นอน ซึ่งตนเห็นด้วยว่าจะต้องมีกฎหมายอะไรขึ้นมา ทั้งในส่วนกติกา ท่านจะต้องยึดใน 3 หลัก คือ 1.แนวคำพิพากษาของศาล 2.หลักสากล และ 3.หลักการป้องกันตัวที่ไม่เกินขอบเขต ทั้งนี้การดำเนินการเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมจะต้องมีการดำเนินการตามขั้น ตอนหลักสากล 7 ขั้นตอน มาตรา 22 เขียนไว้ว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย รวมความถึงตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งการดำเนินการต้องเคารพคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชนทุกคน ส่วนมาตรา 35 เรื่องการใช้กำลังจะใช้ได้จะต้องไม่เกินกว่าเหตุ และจะต้องได้สัดส่วน ซึ่งจะไปโยงกับ ป.วิอาญามาตรา 68 และ 69 ซึ่งหลังวันที่ 3 ก.ค.นี้ ให้นับถอยหลังไปเลย และเตรียมไว้เลย 
            “การชุมนุมที่ก่อให้เกิดความรุนแรงให้ใช้อาวุธได้ หากไม่สามารถใช้มาตรการอื่น ๆ ที่อันตรายน้อยกว่านี้ได้ ทั้งนี้การใช้กำลังกดดันกองกำลังทหาร มีการยั่วยุ ต่อสู้ ปะทะกัน ดังนั้นการควบคุมสั่งการเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในต่างประเทศเขาจะจัดทำคู่มือให้กับข้าราชการที่ปฏิบัติพกติดตัวไปด้วย ที่พอจะทำให้เขาสามารถแก้ไขเหตุการณ์ได้ สรุปว่า ท่านควรจะต้องศึกษาทำความเข้าใจกับคำสั่ง คำพิพากษาของศาล ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุ้มครองท่านพอสมควร ถ้าท่านปฏิบัติตามเงื่อนไข ท่านมีอำนาจเหลือเฟือ เมื่อมีเหตุการณ์ท่านต้องพยายามหลีกเลี่ยงที่จะใช้กำลัง หรือหลีกเลี่ยงการปะทะ บางครั้งการสูญเสียอะไรบางอย่าง เพื่อไม่ให้สูญเสียอะไรมากไปกว่านั้นก็ถือว่า จำเป็น”พล.ต.ท.พงศ์อินทร์ กล่าว
            นายชัยรัตน์   ขนิษฐบุตร  ผอ.สำนักกฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ช.กล่าวถึง การปฏิบัติงานของข้าราชการต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดความสูญเสีย น้อยที่สุด คุ้มครองตัวเองได้ ถือเป็นภาระหนักของเจ้าหน้าที่ ไม่รวมความลำบากจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ ถูกทำงานเสร็จแล้วต้องถูกสอบสวน น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรื่องการร้องเรียนการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถห้ามได้  จึงจำเป็นต้องเป็นหลักในการแก้ต่างว่าจะทำอย่างไร  ถ้าหากว่าเราปฏิบัติโดยการละเว้น หรือ ปฏิบัติไม่ชอบ ก็จะเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นเสียหาย และจะถูกร้องเรียน  กฎการใช้กำลัง 7 ขั้นตอนถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีจากเบาไปหาหนัก เพราะตอนนี้ไม่มีกฎหมายเฉพาะ มีอยู่ 2 เรื่อง ที่คุ้มครองไม่ให้เจ้าหน้าที่ร้องเรียน คือ เจ้าหน้าที่ต้องเตือนก่อนปฏิบัติทุกขั้นตอน เมื่อมีร้องเรียนก็ต้องนำระเบียบ กฎข้อบังคับมาดู และหน่วยปฏิบัติต้องบันทึกรายละเอียดการปฏิบัติทั้งหมดและรายงานผู้บังคับ บัญชาโดยเร็ว ในรายละเอียดต้องระบุวันเวลา สถานที่บุคคลที่เกี่ยวข้อง  สาเหตุการใช้กำลังอาวุธ รวมทั้งผลปรากฏจากการใช้กำลังและอาวุธ  รวมถึงการแผนผังเหตุการณ์  ถ้ามีการร้องเรียนจะได้นำหลักฐานมาอ้างอิงได้  โดยเฉพาะพยานบุคคล ต้องเลือกจากชาวบ้าน  ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน เพื่อให้คำให้การมีน้ำหนัก
            นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ให้ข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวกับเจ้าหน้าที่กรณีที่ถูกมวลชนปิดล้อมขัดขวางการ ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งมีแนวโน้มที่จะยึดอาวุธว่า การปฏิบัติขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และต้องเปรียบเทียบสัดส่วนของภัยที่จะเกิดขึ้น  โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถที่จะป้องกันตัวได้  เป็นไปตามกฎหมายอาญา ตาม ม.68 เมื่อ มีภัยคุกคามถึงบุคคลใดก็สามารถป้องกันตัวได้ เช่น ถ้าคนร้ายถือปืนเข้ามา ก็ยิงได้ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันตัวล่วงหน้า ถ้าหากมีการคาดหมายว่าจะเกิดเหตุการณ์นั้นเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุม เข้ามาประชิดตัว กรณีการยึดอาวุธของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าไม่ใช่การ ชุมนุมโดยสงบ เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน สามารถป้องกันตัวเองได้ตามความเหมาะสม  กฎหมายของเราดีกว่าประเทศอื่นในโลก แต่กลไกการปฏิบัติงานของเจ้าหน้ายังกลัว และแหยงกันอยู่ อยากให้ขจัดส่วนนี้ไป โดยคำนึงถึงการปกป้องคนส่วนใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าคนพวกนั้นจะอยู่ข้างพวกท่าน
            นายภัทรศักดิ์ กล่าวว่า กรณีที่จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมล้อมรถและยึดอาวุธเจ้าหน้าที่รวมถึงทำร้ายทหารจน ถึงขั้นปางตาย  ขั้นตอนแรกต้องมีเครื่องมือให้พร้อม มีกระสุนยาง เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญ ถ้าไม่สามารถระงับได้ก็ใช้กระสุนจริง ก็ยิ่งไปในจุดที่ไม่ให้อันตรายถึงชีวิต สำหรับกรณีการบุกค่ายทหาร  อย่างแรกที่ต้องพิจารณาคือการใช้มาตรการเบา โดยใช้กุญแจมือหรือเชือกมัดตัว ใครก็ตามที่บุกเข้าไปในเขตต้องห้าม  ส่วนการยิงปืนขึ้นฟ้าทำได้เพื่อข่มขู่แต่การชี้แจงทำความเข้าใจก่อนเป็น เรื่องสำคัญ  หาก ทำสองกรณีแล้วไม่ได้ผล ก็ต้องดูว่าใครเป็นคนนำ มีความจำเป็นต้องจัดการกับคนนำ หรือควบคุมตัวไว้หรือไม่ โดยในค่ายทหารมีอาวุธ ยุทโธปกรณ์  ก็เป็นอันตรายในการนำอาวุธไปก่อเหตุ เพราะฉะนั้นให้เจ้าหน้าที่ตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ หากบุกยึดได้ก็จะเป็นปัญหาต่อกลไกความน่าเชื่อของรัฐ
            พ.อ.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ ผอ.กองกฤษฎีกาและการต่างประเทศกรมพระธรรมนูญ กล่าวว่า กรณีบุกค่ายทหาร ตอนกลุ่มเสื้อแดงจะบุก ร.11 รอ. สถานการณ์ในขณะนั้นเราได้มีการเตรียมร่างกฎอัยการศึกไว้เพื่อรองรับ สถานการณ์ หากกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาพื้นที่รับผิดชอบก็จะสามารถใช้อาวุธได้มากกว่าปกติ  อยากให้หน่วยทหารร่างกฎอัยการศึกรองรับไว้หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น


     แนวหน้า

พธม.ปาเครื่องบินกระดาษประท้วงยูเนสโก หยุดทำไทยเสียดินแดน


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มิถุนายน 2554 16:26 น.

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค kittinun nakthong
       พธม.พับเครื่องบินกระดาษ บรรจุข้อความต่อว่าและแสดงความไม่พอใจ ก่อนขว้างเข้าไปหน้าสำนักงานยูเนสโก เพื่อกดดันถอนปราสาทพระวิหารออกจากมรดกโลก และหยุดการกระทำอันจะทำให้ไทยสูญเสียดินแดน
       วันนี้ (22 มิ.ย.) ที่หน้าสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ ถ.สุขุมวิท-เอกมัย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้รวมตัวชุมนุมคัดค้านวาระการประชุมแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหาร ในการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแก่กัมพูชา ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น.ผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันขว้างเครื่องบินกระดาษสีเหลือง เพื่อแสดงสัญลักษณ์กดดันไปยังยูเนสโกให้ถอนชื่อปราสาทพระวิหารออกจากบัญชี มรดกโลก ซึ่งในเครื่องบินกระดาษแต่ละชิ้น ผู้ชุมนุมได้เขียนข้อความ อาทิ We're not respect UNESCO, อย่าทำร้ายจิตใจคนไทย, รักที่สุดคือในหลวง เป็นต้น เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อยูเนสโกที่ปล่อยให้มีการพิจารณาแผนบริหารจัดการ อันจะทำให้ไทยเสียดินแดนในที่สุด
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      

มรดกโลกเขมรสรรเสริญสุภลักษณ์-อ้างนพเหล่-ปฏิเสธเส้นเขตปราสาทตามมติครม.๒๕๐๕

ฟิฟทีนมูฟ — สื่อเขมรเผยแพร่แถลงการณ์มรดกโลกเขมร ยกย่องสรรเสริญบทความของสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ว่าจับจิตจับใจ ซ้ำยกผลงานนพดล ปัทมะ ทั้งแถลงการณ์ร่วมและการดำเนินการอื่นว่าไทยเห็นชอบให้เขมรเสนอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร พร้อมปฏิเสธไม่รับรู้เส้นแนวเขตปราสาทที่ลากเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ ระบุแผนบริหารจัดการวาดแค่พื้นที่ปราสาท ไม่ได้ระบุเขตแดนกำกับ เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา (๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๔) หนังสือพิมพ์ของกัมพูชาหลายฉบับ รวมถึงบายนทีวี เผยแพร่ข่าว “คณะกรรมการมรดกโลกเขมรยกย่องสรรเสริญนักข่าวไทย” โดยอ้างถึงแถลงการณ์ของคณะกรรมการมรดกโลกกัมพูชา ฉบับลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๔ ซึ่งมีเนื้อหายกย่องบทความของนายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี คอลัมต์นิสต์ประจำของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น หนึ่งในเครือข่าย ๗.๑ ล้าน โดยมีรายละเอียดว่า คณะกรรมการมรดกโลกกัมพูชาขอยกย่องสรรเสริญอย่างสูงยิ่ง ต่อบทความที่จับใจของนายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ที่มีจุดยืนว่า “พรรคประชาธิปัตย์ทำผิดเรื่องปราสาทพระวิหารมาตั้งแต่ต้น” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ The Nation วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ แถลงการณ์กล่าวต่อว่า คณะกรรมการฯ ขอขยายความประเด็นที่นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ยกขึ้นเขียนว่า “อย่างน้อยที่สุดมาถึงปัจจุบัน กัมพูชาได้เห็นชอบใช้เส้นเขตแดนนี้ เป็นเขตแดนของปราสาทพระวิหารในการเสนอขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร และในแผนบริการจัดการฯ ของตน” เพื่อยืนยันให้ชัดเจน กัมพูชาไม่ทราบ คือไม่ได้ใช้อะไรที่เรียกว่าเส้นเขตแดนที่ลากโดยคณะรัฐมนตรี และเป็นการทำฝ่ายเดียวโดยรัฐบาลไทย ควรระลึกด้วยว่า ตามเอกสารแถลงการณ์ร่วม (Joint Communique) ที่ได้ลงนามเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ โดยตัวแทนระดับสูงของประเทศทั้งสอง1 โดยมีนาง Françoise Rivière เป็นสักขีพยาน ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบต่อการเสนอชื่อปราสาทพระวิหารในบัญชีมรดกโลก โดยไม่มีพื้นที่ทับซ้อน เป็นผลให้กัมพูชาได้เสนอเอกสารถึงคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อขึ้นทะเบียนในการประชุมครั้งที่ ๓๒ โดยมีแผนผังกราฟฟิกที่ได้รับการแก้ไข (Revised Graphic Plan of the Property) รวมอยู่ด้วย ซึ่งแสดงเฉพาะบริเวณปราสาทเท่านั้น โดยไม่มีเส้นเขตแดนแต่อย่างใด แถลงการณ์กล่าวต่อว่า นี่ก็ได้ยืนยันอีกครั้งด้วย โดยภาคีทั้งสอง ในการประชุมวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑2 ที่ศูนย์มรดกโลกขององค์การยูเนสโก ว่า “การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารในบัญชีมรดกโลก ไม่กระทบสิทธิของพระราชอาณาจักรกัมพูชา และพระราชอาณาจักรไทย เกี่ยวกับการดำเนินการกำหนดเส้นเขตแดนในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของประเทศทั้งสอง” แถลงการณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า โดยสรุป คณะกรรมการฯ ขอทำการยืนยันอีกครั้งว่า กัมพูชาไม่ทราบว่ามีการเห็นชอบ หรือใช้อะไรที่เรียกว่า แผนที่ที่ลากโดยคณะรัฐมนตรีไทย เป็นเส้นเขตแดนในการเสนอขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร และในแผนบริหารจัดการปราสาทของกัมพูชา แต่อย่างใด แม้บทความโดยส่วนใหญ่ของนายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ในหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น จะมีเนื้อหาเป็นไปในลักษณะสับสนในประวัติศาสตร์ คลาดเคลื่อนหรือในหลายกรณีเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ก็ตาม แต่มักได้รับการแปลและตีพิมพ์ซ้ำในสื่อกัมพูชาอยู่เนือง ๆ และในหลายโอกาสได้รับเกียรตินำขึ้นเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในฐานะบทความแนะนำ เช่นเดียวกับนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่ได้รับความยกย่องนับถืออย่างสูงและกล่าวอ้างถึง จากคณะกรรมการมรดกโลกกัมพูชาในหลายโอกาส แม้เคยผลิตบทความในลักษณะ “กูมั่ว” เมื่ออ้างถึงบ้านโกมุย หรือ โกมวย ว่าหมายถึง โคปุระที่ ๑ ทั้งที่คำสะกดที่แท้จริงตามภาษาเขมรของโกมุยหรือโกมวย คือ “ค ๑” ในภาษาไทย (ตัว ค ในภาษาเขมรออกเสียง โก เป็นอักษรวรรค ก เสียงโฆษะ) ที่หมายถึง หมู่บ้านคแมร์ ๑ หรือ ค๑ ที่เป็นหน่วยทหารระดับกองร้อย เท่านั้น Short link: http://15th.me/jbwXfD Share 4 -------------------------------------- ฝ่ายไทยคือ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีต่างประเทศ ขณะนั้น [↩] วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่สำนักงานมรดกโลก กรุงปารีส มาดามฟรังซัวส์จัดทำบันทึกช่วยจำ ระบุว่าฝ่ายไทย นายนพดล ปัทมะ ยินยอมให้กัมพูชาฝ่ายเดียวจัดทำ “แผนที่ใหม่” แนบท้ายแถลงการณ์ร่วมที่ระบุว่าเป็นการขึ้นทะเบียนที่เปลี่ยนมาเป็นเฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร (The Temple of Preah Vihear) กำหนดแผนและขั้นตอนในการจัดสรรพื้นที่อนุรักษ์และบริหารจัดการมรดกโลกทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของตัวปราสาท [↩]

พธม.ยื่นยูเนสโก ค้านแผนจัดการปราสาทพระวิหาร-ลั่น! เป็นศัตรูกับคนไทย

พธม.ยื่นยูเนสโก ค้านแผนจัดการปราสาทพระวิหาร-ลั่น! เป็นศัตรูกับคนไทย โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มิถุนายน 2554 11:18 น. พันธมิตรฯ บุกยูเนสโก กดดันคณะกรรมการมรดกโลกยุติแผนบริหารจัดการมรดกโลก ค้านยกปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา จี้ถอนบัญชีปราสาทพระวิหารออกจากมรดกโลกด้วยเช่นกัน พร้อมยื่นหนังสือถึง ผอ.ใหญ่ยูเนสโก ลั่น หาก กก.มรดกโลกผ่านแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหาร ถือว่าประกาศตัวเป็นศัตรูกับคนไทยทั้งชาติ                                วันนี้ (22 มิ.ย.) เมื่อเวลา 9.30 น. ผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ หม่อมหลวงวัลย์วิภา จรุญโรจน์ นักวิจัยสถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ นายวีรพันธ์ มาลัยพันธ์ พล.อ.ปรีชา เอี่ยวสุพรรณ และนายเทิดภูมิ ใจดี กรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าสำนักงานองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ถ.สุขุมวิท-เอกมัย เพื่อกดดันให้ยูเนสโกที่ฝรั่งเศสยุติการเดินหน้าแผนบริหารจัดการมรดกโลก และปราสาทพระวิหารให้เป็นของกัมพูชา รวมทั้งเรียกร้องให้ยูเนสโกถอนบัญชีปราสาทพระวิหารออกจากบัญชีมรดกโลกโดยเร็วที่สุด                                ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 10.40 น.ได้มีการยื่นหนังสือลงนามโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในฐานะคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถึงผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก (ผ่านผู้อำนวยการยูเนสโกประจำประเทศไทย)                                                เนื้อหาในหนังสือระบุว่า “ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย ได้ยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการยูเนสโกประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เพื่อเรียกร้องให้ยูเนสโกดำเนินการถอนปราสาทพระวิหารให้ออกจากบัญชีทะเบียนมรดกโลก เพื่อหยุดการทำลายสันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา รักษาชีวิตประชาชนชาวไทย และหยุดการรุกล้ำและละเมิดอธิปไตยไทยดังที่ทราบแล้วนั้น                 บัดนี้พบว่าการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกยังคงบรรจุวาระการพิจารณาแผนบริหารจัดการมรดกโลกปราสาทพระวิหารตามคำร้องขอของรัฐบาลกัมพูชาต่อไป (วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554) โดยปราศจากการบรรจุวาระการร้องขอให้ถอนปราสาทพระวิหารออกจากบัญชีทะเบียนมรดกโลกตามหนังสือที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทยได้เรียกร้องต่อยูเนสโกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554 แต่ประการใด                 การที่ยูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลกเพิกเฉยต่อการเรียกร้องของประชาชนชาวไทยเช่นนี้ ถือว่ายูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลก มีเจตนาเป็นผู้ทำลายสันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา และจะทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยอีกจำนวนมากอย่างไร้มนุษยธรรม และยังถือว่ายูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลกเป็นผู้สนับสนุนให้มีการละเมิดอธิปไตยของประเทศไทยอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน                 ด้วยเหตุผลดังกล่าวประชาชนชาวไทยจึงมาชุมนุมอยู่ที่หน้าสำนักงานยูเนสโกประจำประเทศไทย เพื่อแสดงความไม่พอใจและแสดงเจตนารมณ์ต่อสำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และคณะกรรมการมรดกโลกให้ทราบว่า หากคณะกรรมการมรดกโลกยังคงดำเนินการอนุมัติแผนบริหารจัดการมรดกโลกปราสาทพระวิหารซึ่งได้รุกล้ำกินดินแดนและอธิปไตยของประเทศไทยอย่างไม่ถูกต้องเช่นนี้ต่อไป ประชาชนชาวไทยย่อมถือว่ายูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลกประกาศเป็นศัตรูกับประชาชนชาวไทยทั้งประเทศไทยโดยทันที                 จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านได้ส่งหนังสือนี้แจ้งต่อสำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส และคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อให้ทราบถึงเจตนารมณ์ของประชาชนชาวไทยครั้งนี้ เพื่อหยุดยั้งการพิจารณาแผนบริหารจัดการมรดกโลก และถอนปราสาทพระวิหารออกจากบัญชีทะเบียนมรดกโลกโดยทันที”                หนังสือถึงผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ฉบับภาษาอังกฤษ                June 21, 2011                Dear Director General of UNESCO (through Director of UNESCO, Bangkok Office):                The People’s Alliance for Democracy and the The Kingdom of Thailand Defence Committee have submitted a letter to the UNESCO Thailand Director on June 17, 2011 to call on UNESCO to start proceedings to withdraw the World Heritage status of Preah Vihear Temple in an effort to stop the destruction of peace between Thailand and Cambodia, preserve the lives of Thai nationals, and end the invasion and violation of sovereignty of Thai territory.                 However, the World Heritage Committee meeting still contains the deliberation of Cambodia’s management plan of Preah Vihear Temple on its agenda (June 22, 2011) and does not include the issue of the withdrawal of the temple’s World Heritage status as per the petition submitted by the People’s Alliance for Democracy and the The Kingdom of Thailand Defence Committee to the UNESCO on June 17, 2011.                 The UNESCO and the World Heritage Committee’s ignoring of the demand of Thai people shows that the UNESCO and the World Heritage Committee intends to destroy peace between Thailand and Cambodia, which will lead to the inhumane loss of lives and properties of a large number of Thai nationals. It is also evident that the UNESCO and the World Heritage Committee supports the violation of Thailand’s sovereignty at such a severe degree as never seen before.                 With these reasons, Thai nationals have gathered in front of the UNESCO office in Thailand to show their displeasure and make clear their intent to the UNESCO head office in Paris, France and the World Heritage Committee that if the World Heritage Committee approves Cambodia’s management plan of Preah Vihear Temple that wrongfully violates the territory and sovereignty of Thailand, Thais will regard the UNESCO and the World Heritage Committee as the population and the country’s enemy.                 This letter is to urge you to inform the UNESCO head office in Paris and the World Heritage Committee to understand Thai people’s intention so that the deliberation of Cambodia’s management plan of Preah Vihear Temple can be scrapped and the temple can be stripped of its World Heritage status.                 Respectfully yours,                 Major General         (Chamlong Srimuang)        The Kingdom of Thailand Defence Committee        And the People’s Alliance for Democracy

ไทย-เขมร เริ่มเจรจาข้อพิพาทพระวิหารผ่านยูเนสโก แล้ว

Pic_180852 การเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชาเริ่มต้นขึ้น แล้ว โดยเป็นการเจรจาผ่านองค์การยูเนสโก โดยทั้งสองฝ่ายต่างทำบันทึกข้อตกลง เพื่อจะหาแนวทางที่เป็นที่ยอมรับ ทั้งสองฝ่าย...

คณะผู้แทนไทยเข้าพบ กับผู้แทนของผู้อำนวยการยูเนสโก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษาและบูรณะ ปฏิสังขรณ์ทรัพย์สมบัติทางวัฒนธรรม ล่าสุดยูเนสโก ได้ส่งร่างบันทึกข้อตกลงที่ฝ่ายไทยเสนอให้กัมพูชา แล้ว ส่วนกัมพูชาแจ้งว่า กำลังจัดทำร่างและจะส่งให้ในวันนี้

ด้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าคณะผู้แทนไทยกล่าวว่า ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกประสงค์ให้มีผู้ไกล่เกลี่ยเนื่องจากเห็นว่าหากเจรจา แบบเผชิญหน้ากัน ก็จะมีแต่ความตึงเครียด อีกทั้งไม่อยากให้มีการโต้แย้งรุนแรงในที่ประชุมใหญ่ จึงไกล่เกลี่ยที่ละฝ่าย เพื่อนำไปสู่การลงนามในบันทึกข้อตกลงที่ยอมรับกันได้ทั้ง 2 ประเทศ เมื่อถึงวาระการพิจารณาแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหาร คณะกรรมการมรดกโลกจะสรุปตามประเด็นที่ตกลงกัน

ทั้งนี้ หากภายใน 1 - 2 วัน ยังตกลงกันไม่ได้ คณะกรรมการอาจจะพิจารณาเลื่อนประชุมวาระนี้ ออกไปเป็นช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งคณะผู้แทนไทยเห็นว่า จะตกลงกันได้เร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับความจริงใจของกัมพูชา ที่จะหาทางออกอย่างสันติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย

หน้าตาแผนที่ที่เขมรจัดทำขึ้นเพื่อหลอกยูเนสโกในแผนบริหารจัดการ



 อาจารย์เทพมนตรี ลิปพยอม
หน้าตาแผนที่ที่เขมรจัดทำขึ้นเพื่อหลอกยูเนสโกในแผนบริหารจัดการ และยูเนสโกหน้าโง่ให้มันหลอก แต่หลอกแล้วได้ผลประโยชน์พวกนี้มันก็โอเค สีเขียวคือถนนนะครับ มันสร้างเสร็จจนได้



อันนี้คือแผนที่ที่มันใช้ในที่ประชุมคราวนี้แน่นอนครับ มันเอาดินแดนเรามากกว่า ๔.๖ ตารางกิโลเมตรแน่นอนครับ เอาไปดูกันนะครับ

 


  • แผนที่แสดงการบริหารจัดการตัวปราสาทพระวิหารและพี่ที่ของไทย เขมรและยูเนสโกร่วมมือกันในการยึดดินแดน

    WELL UNESCO IF YOU ERASED OUR COMMENTS AGAIN , I'D POST OVER YOU EVERY DAY.

    โดย Nat V'Panth เมื่อ 22 มิถุนายน 2011 เวลา 0:23 น.
    http://www.facebook.com/UNESCO.EducationAsiaPacific

    Unesco,the materialism of the world.Think back to what you've done to Thailand and Thai people.Have you ever thought how many races and clans in Thailand almost 1200 years passing by.Have you ever thought how we have fought to protect our land and our dignity. You just happened a few years ago but you seem to be so high never listen to Thai people. I've posted many mentions but you erased them all.Who are you? Can't you read these kinds of alphabets that you use in your Western materialism society ?.And if you don't understand it ,it might be you are biased for the kind of Stones that is situated over our water-shed land.Open your eyes and let's see whether you are a human being or not ?
    21 minutes ago ·
    •  You, Metha Rojan, Suvika Sutti and 4 others like this.

      •  C'mon if you don't realize the truth about it , you're just a liar to the world.
        18 minutes ago · 

      • Under the name of Thai people we are brave enough to say what we think unlike the Government that you've tried to react over them.If you've ever studied how Thai brave hearts been you might be surprised that we have much more brave cultures than you ever noticed.
        17 minutes ago ·
      •  Face the truth, be polite to our people,listen to us .We might not study much about the Arts objects or Sophisticated Dramatic History but we can talk to you as same as your same level human beings.So think much about what manner you are using to the literate Thai like us.
        3 minutes ago · 

    WHAT I'VE POSTED ON YOUR WALL WILL BE PRESENTED HERE .

    ********************************************************
    RESIGN FROM WORLD HERITAGE COMMITTEE & WORLD HERITAGE CENTER
    AND DO RESIGN FROM UNESCO:- NO MORE UNESCO IN THAILAND.!!!!
    ********************************************************
     What is the Human's Right Quoted on your wall ? .
    When Thai People show our messages that you all have done wrong to our country,standing on the enemy's side ruling our land,invading our land,killing our innocent people
    Cambodian troops are,being armed with all gun firers on เขาพระวิหาร Khao Pra Viharn antique Site firing to Thai Children Schools, Civilian's houses,hospital,killing from your trying to call World Heritage site, but it is called the Bloody Soaked Art Objects of the Evils.
    How could you accept that situation ?
    7 hours ago
    ________________________________________________________________
    . I'd rather tell our Government,our People ' RESIGN FROM WORLD HERITAGE COMMITTEE &
    WORLD HERITAGE CENTER AND DO RESIGN FROM UNESCO:-
    NO MORE UNESCO IN THAILAND.!!!! '
    You are nothing to us.We have our own long heritage and cultures from our past history .
    We don't want you on our nation.
    6 hours ago ·
    ---------------------------------------------------------------------------------------
    T-na Lertwanarin จดหมายสงวนสิทธิ์ทวงคืนปราสาทพระวิหาร โดยไม่กำหนดระยะเวลา ของรัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระ
    เจ้า อยู่หัว ปี พ.ศ. 2505 คำแปลภาษาไทย โดย ศ. ดร. สมปอง สุจริตกุล (ความจริง ศ. ดร. สมปอง คือผู้ร่างจดหมาย และให้ พันเอกถนัด เป็นคนลงนาม
    --------------------------------------------------------------------------------------
    CAMBODIA USES KHAO PRA VIHARN AS ONE OF HIS MILITARY BASES.http://www.apeshit.info/UNESCO/CambodiaAbusesPreahVihear.html
    -------------------------------------------------------------------------------------
    English & French of Thai protesting to UNESCO: GET OUT UNESCOhttp://www.apeshit.info/UNESCO/Delist_Pra_Viharn_UNESCO_World_Heritage.html
    http://www.apeshit.info/UNESCO/Delist_Pra_Viharn_UNESCO_World_Heritage.html
    www.apeshit.info
    ______________________________________________________________________________-
     You don't have to stop our Thai strong feeling to protect our land from Khmer robbers and WHC .This year is our celebration year for Our Beloved HM King of Thailand 's 84 th years .We will never let any piece,large or small, of our land away from Thailand.
    Monday at 5:26pm ·
    ______________________________________________________________________________

    คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค

    บทความย้อนหลัง