บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

ไฟกำลังไหม้ประเทศ (ตาโป๋เป่าปี่)

ไฟกำลังไหม้ประเทศ (ตาโป๋เป่าปี่)

โดยคนไทยกู้แผ่นดินเมื่อ 22 มีนาคม 2011 เวลา 22:17 น.
 ถ้าประเทศไทยเปรียบเหมือนบ้าน ก็ต้องกล่าวได้ว่าบ้านหลังนี้กำลังถูกไฟไหม้ ถ้าไม่ช่วยกันรีบดับก็คงจะวอดลงทั้งหลังในไม่ช้านี้

ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจเท่าที่ควรกับการเล่นไม้ขีดไฟของเด็กในบ้าน นึกว่าเด็กคนนี้ท่าทางเรียบร้อยหน้าตาหล่อเหลา คงไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร อยากทำอะไรก็ไม่ว่ากล่าวห้ามปรามจนเด็กเคยตัวจุดไม้ขีดไฟเล่นกับเพื่อนๆซึ่งเป็นเด็กด้วยกันในบ้านด้วยความสนุกสนาน บ้านหลังนี้ก็คงต้องวอดลงทั้งหลัง ถ้าดับกันไม่ทัน

ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสภาพนี้

ตลอดเวลากว่าสองปีที่ประเทศไทยมีเด็กเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า "กฎเด็ก" ที่วางไว้แต่ละข้อล้วนแล้วแต่เป็นกฎของการโฆษณาชวนเชื่อ ไม่ปรากฏการกระทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันอะไรกับบ้านเมืองวันๆ เอาแต่พูด และเมื่อพูดแล้วก็จำไม่ได้เสียว่าเคยพูดไว้อย่างไรบ้าง

ไม่มีความกล้าหาญในการต่อสู้กับปัญหาที่เข้ามาเผชิญหน้า นอกจากหลบเลี่ยงไปทางโน้นทีทางนี้ที แม้กระทั่งปัญหาของแผ่นดินที่สืบเนื่องมาจากการสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ในการยินยอมให้เขมรขยายเขตดินแดนอย่างไม่ถูกต้องชอบธรรม อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ด้านเขาพระวิหาร เด็กคนนี้ก็ทำได้แค่แบ๊ะๆ สนุกอยู่กับถุงยางอนามัยที่นำมาครอบหัวเท่านั้น

บ้านเมืองขณะนี้มีความวิกฤติหนักที่สุด

สาหัสรุนแรงยิ่งกว่ายุคใดที่ผ่านมา

ตั้งแต่ระดับสูงสุดลงถึงระดับรากหญ้า ซึ่งจำแนกให้เห็นได้ดังต่อไปนี้

1. การบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

ภายใต้ความไม่ใส่ใจในการทำหน้าที่ของกลไกรัฐบางส่วน นักการเมืองจำนวนหนึ่ง นักวิชาการจำนวนหนึ่ง สื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง ร่วมกันขับเคลื่อนปลุกระดมให้เกลียดชังสถาบันพระมหากษัตริย์ ถึงขั้นอาฆาตมาดร้ายหวังโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ พฤติกรรมดังกล่าวขยายตัวมากขึ้นทุกวันถึงขั้นยุยงชาวบ้านหลายแห่งที่อยู่ห่างไกลเมืองหลวงไม่ให้ติดรูปไว้ในบ้าน

มีการใช้สื่อ โดยเฉพาะเว็บไซต์ ใช้แผ่นซีดีเอกสารและแผ่นปลิว รวมทั้งการพ่นสีตามกำแพงหรือที่สาธารณะ ใช้วิทยุชุมชนอย่างแยบยลเพื่อบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบละเลยหรือจัดการแบบเสียไม่ได้

2. ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ

ยุคนี้ พ.ศ.นี้เป็นยุคที่ผู้คนในชาติบ้านเมืองเกิดความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมากที่สุด โดยเฉพาะผู้คนในขบวนการหนึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็น "รัฐไทยใหม่" ซึ่งมีความหมายที่แอบแฝงไว้อย่างมีนัยที่สำคัญในรูปแบบที่ไม่ใช่การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

กับผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น ปราศจากนักการเมืองทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่ประพฤติปฏิบัติตน ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ตน ไม่ใช่ประโยชน์ของส่วนรวมในประเทศชาติ ขบวนการของคนกลุ่มนี้มีความต้องการอย่างแรงกล้าในการพิทักษ์ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งกำลังถูกบ่อนทำลายอย่างหนักในขณะนี้

ทั้งสองกลุ่มเดินไปด้วยกันไม่ได้

ถ้าพวกหนึ่งถือความสามัคคีในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ และอีกพวกหนึ่งถือความสามัคคีเพื่อพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งสองพวกดังกล่าวไม่มีหนทางจะสามัคคีกันได้ แม้จะมีนักการเมืองในรัฐบาลชุดนี้จะพยายามเรื่องปรองดอง

วาทกรรมปรองดองได้ยินบ่อยขึ้น

เป็นวาทกรรมในลักษณะให้ยอมๆกันบ้าง ให้อภัยซึ่งกันและกัน แม้กระทั่งการยกโทษให้ นิรโทษให้ก็มี

ความปรองดองเป็นสิ่งที่ดี แต่จะปรองดองในเรื่องอะไร ปรองดองกับใคร เป็นสิ่งที่ต้องแยกแยะ เพราะความถูกกับความผิดนั้นจะปรองดองกันไม่ได้ ถ้าความผิดกับความถูกปรองดองกันได้แล้ว ต่อไปนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีคุกตะรางไว้ขังคนทำผิดให้หลาบจำ และตราบใดที่ยังไม่มีการลงโทษและสำนึกผิด ตราบนั้นกฎหมายก็จะไม่เป็นกฎหมายอีกต่อไป ต้องเลิกพูดกันว่าจะทำให้เป็นนิติรัฐ

การแก้ไขปัญหาความแตกแยกของคนในชาติแบบนี้ ไม่ใช่เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์โดยรวมของบ้านเมืองแต่อย่างใด

นักการเมืองบ้านเรายุคนี้เป็นนักการเมืองที่มีความต้องการพ้นผิดจากสิ่งที่เคยถูกต้องห้าม ถ้าต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญก็คิดอ่านกันแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้สิ่งต้องห้ามนั้นหมดไป แม้กระทั่งการแก้ไขอุปสรรคและปัญหาที่นักการเมืองประสบในการทำงานหรือการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นต่อไป ก็สามัคคีปรองดองกันแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ให้เป็นไปในทิศทางที่ตนต้องการ อย่างที่เห็นกันอยู่ในขณะนี้

ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ผู้ถือธรรมนำหน้าเท่านั้นจะเป็นฝ่ายชนะจากการต่อสู้ และจะเป็นการชนะที่ถาวรไม่ใช่ชนะเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเหมือนพวกอธรรม

3. ปัญหาระหว่างไทยกับเขมร

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศเขมรขณะนี้ สืบเนื่องมาจากการนำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งฝ่ายไทยสมับรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช โดยนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศขณะนั้น ไปออกคำแถลงการณ์ร่วมกันกับเขมร ยินยอมให้เขมรเป็นผู้ขอจดทะเบียนได้ฝ่ายเดียว และกำลังจะมีการจัดให้มีการบริหารพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2,800 ไร่ หรือ 4.6 ตารางกิโลเมตร และเป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าของ

พื้นที่ดังกล่าวนี่ปรากฎว่าได้มีกำลังทหารเขมร และประชาชนชาวเขมรเข้ามาตั้งค่าย ตั้งชุมชน สร้างวัด ตัดถนนรุกล้ำเข้ามาในเขตไทยเป็นระยะเวลานานมาแล้วหลายปี จากผลที่สืบเนื่องมาจากการไปทำบันทึกข้อตลลงร่วมกับเขมร ที่เรียกว่า เอ็มโอยู 2543 ซึ่งรัฐบาลไทยโดยพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำใขณะนั้นเป็นผู้ทำขึ้นกับเขมร

ข้อตกลงดังกล่าวระบุให้ใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งฝรั่งเศสเป็นผู้จัดทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียวโดยฝ่ายไทยไม่ยอมรับมาก่อน จากแผนที่ดังกล่าวนี้แหละที่จะทำให้ประเทศไทยต้องเสียดินแดนให้เขมรตามแนวชายแดนโดยตลอด เป็นเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 1.8 ล้านไร่ รวมเนื้อที่รอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร

ความขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมรปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในปลายปี 2553 ที่คนไทย 7 คนถูกทหารเขมรจับกุมระหว่างเดินทางไปดูพื้นที่ที่บริเวณบ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งชาวบ้านผู้มีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องจากทางราชการไทย ได้ร้องเรียนว่ามีพวกเขมรเข้ามายึดครองอยู่

รัฐบาลไทยนอกจากไม่ดำเนินการในสิ่งที่ควรจะทำ เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับในเขตไทยแล้ว ยังมีรัฐมนตรีหลายคนในคณะรัฐบาลออกมาให้สัมภาษณ์ว่าคนไทยทั้ง 7 ถูกจับในเขตเขมร จนทำให้เขมรนำตัวไปขึ้นศาลเขมรพิพากษาและยังติดคุกอยู่ในเขมรขณะนี้สองคน

ความไม่พอใจของประชาชนคนไทยที่มีต่อเขมรและต่อรัฐบาลไทย ได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง รวมตัวชุมนุมด่าว่าทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลเขมร ติดต่อกันมาเป็นแรมเดือนในขณะนี้ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกข้อตกลง เอ็มโอยู 2543 ถอนตัวจากภาคีมรดกโลก และให้ผลักดันทหารเขมรและคนเขมรออกไปจากชายแดน

ในขณะที่รัฐบาลไทยดูจะเก้ๆกังๆในการปกป้องคนไทยที่ถูกจับกุม ซึ่งเท่ากับยิมยอมให้ศาลเขมรมีอำนาจเหนือดินแดนไทย ไม่แยแสกับหลักฐานที่นำมาแสดงสิทธิ์ในพื้นที่ทำกินของตน ไม่ใส่ใจกับการที่มีทหารเขมรและคนเขมรบุกรุกเข้ามาอยู่ในเขตไทย ปล่อยให้เขมรไปฟ้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ทั้งการทูตและการกระทำเป็นรองเขมรมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเรื่อง มาจนกระทั่งขณะนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่จะขยายตัวไปสู่ความรุนแรงได้ทุกเมื่อ

4. ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ปัญหาความไม่สงบที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ โดยเฉพาะในจังหวะยะลา ปัตตานี และนราธิวาส นั้น นับวันจะเป็นปัญหาที่คุกคามความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชนที่อาศัยอยู่ที่นั่นมากขึ้น และไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงได้ ภายใต้การทำงานของรัฐบาลที่ยังยุ่งอยู่กับปัญหาความอยู่รอดของตน

แม้จะมีการนำ พรบ.ว่าด้วยการบริหารในภาวะฉุกเฉิกมาบังคับใช้ เพื่อเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ก็ตาม สถานการณ์รุนแรงก็มิได้ลดน้อยลง ซ้ำกลับทวีรูปแบบแห่งการต่อสู้ และการคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่นั่นมากขึ้น

ผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้พัฒนารูปแบบในการต่อสู้ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ คล้ายคลึงกับการก่อการร้ายที่มีอยู่ในประเทศต่างๆหลายแห่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างสูงในเรื่องการได้รับความช่วยเหลือจากขบวนการก่อการร้ายบางขบวนการ ซึ่งปฎิบัติการอยู่ในประเทศบางประเทศขณะนี้

มูลเหตุสำคัญอันเป็นแรงจูงใจให้เกิดความไม่สงบ หรือการก่อการร้าย จนสามารถทำให้มีผู้มาเข้าร่วมขบวนการด้วยความสมัครใจ สามารถอุทิศชีวิตของตนเพื่อผลสำเร็จตามอุดมคติ หรือเป้าหมายนั้น มีที่มาจากหลายสาเหตุ อันเป็นแรงจูงใจให้มีความกล้าหาญพอที่จะจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งปกติแล้วมีกำลังเหนือกว่า

อาจมีที่มาจากพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ของชนชาติที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมประเพณีและความเชื่อถือ หรือมีที่มาจากการกดขี่ข่มเหงจากฝ่ายอำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ก่อให้เกิดความไม่พอใจ โกรธแค้น เกลียดชัง จนต้องออกมาต่อสู้กับเจ้าหน้าที่

รัฐบาลชุดนี้ค่อนข้างขาดความเอาใจใส่และจริงจังในการแก้ไขปัญหา ขาดการดูแลอย่างใกล้ชิดและตลอดเวลาจากระดับสูง ขาดการประเมินสถานการณ์ตามระยะเวลา ยังคงปล่อยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่แก้ไขกันเอง

เป็นกองไฟกองใหญ่ที่สุมไหม้อย่างต่อเนื่อง จนยากที่จะดับได้ง่ายๆจากการบริหารจัดการของรัฐบาลชุดนี้
  5. ปัญหานักการเมืองไร้คุณภาพ

การเมืองจะดีหรือไม่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับนักการเมืองเป็นสำคัญ ไม่ว่านักการเมืองนั้นจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะนักการเมืองดังกล่าวมีหน้าที่สำคัญในการบริหารจัดการประโยชน์สาธารณะ ซึ่งมีผลโดยตรงกับประชาชน

บ้านเมืองขณะนี้มีปัญหาร้ายแรงเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ที่ไร้ประสิทธิภาพของนักการเมืองส่วนใหญ่ ความสงบสุขโดยรวมก็ดี ความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองมีปัญหาทุกด้าน ทั้งจากภายนอกและภายใน สืบเนื่องมาจากการทำงานของนักการเมืองที่ไม่เข้าใจปัญหา และยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเองมากกว่าเรื่องของส่วนรวม

ความทุจริตคดโกงที่เกิดจากการกระทำของนักการเมืองส่วนใหญ่ในยุคนี้ เป็นไปอย่างกว้างขวาง ผู้นำทางการเมืองหลายพรรคเป็นบุคคลที่สังคมขาดความเชื่อถือในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต

กรอบกติกาทางการเมืองที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญในการปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้นไม่บรรลุผลตามต้องการ แม้จะได้มีการวางกฎเกณฑ์ต่างๆไว้อย่างดีก็ตาม แต่นักการเมืองจำนวนไม่น้อยก็แหกกฎด้วยกลวิธีต่างๆ เพื่อเข้ามาเป็นนักการเมืองทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง

นักการเมืองที่ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม ไม่มีหิริโอตตัปปะ แม้เจ้าหน้าที่ของรัฐในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ จะมีความซื่อตรงในการทำงาน และประชาชนที่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียง ต่างก็ต้องตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองเหล่านี้

สำหรับประชาชนนั้นจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะต้องตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองพวกนี้ โดยเฉพาะประชาชนที่ห่างไกลข้อมูลข่าวสาร หรือยังยากจนมีความเดือดร้อนในการครองชีพ คนเหล่านี้จะเป็นสะพานให้นักการเมืองไม่ดีเหล่านั้นเดินข้ามเข้าสู่อำนาจได้ง่ายๆ อย่างที่เห็นกันอยู่ในขณะนี้จากนักการเมืองประเภทนี้ที่มีชื่อเรียกกันในความหมายว่า บุญทุ่ม บุญเลี้ยง บุญเยี่ยม และ บุญถม เป็นต้น

บุญทุ่ม คือคนทุ่มไม่อั้นในการหาเสียง

บุญเลี้ยง คือคนชอบจัดเลี้ยงหาคะแนน

บุญเยี่ยม คือคนที่ขยันผิดปกติไปพบปะ

บุญถม คือคนที่โถมทุกอย่างเพื่อคะแนน

เทศกาลเลือกตั้งแต่ละครั้งจะพบนักการเมืองในตระกูล "บุญ" มากหน้าหลายตาในชุมชนหรือหมู่บ้านต่างๆ แม้ในชนบทห่างไกลทุรกันดารก็ต้องดั้นด้นออกไปประกาศบุญ

การซื้อเสียงในยุคนี้จึงเป็นไปอย่างกว้างขวาง และรุนแรงยิ่งกว่ายุคที่ผ่านมา ซื้อทั้งตัวผู้จะลงรับการเลือกตั้งและผู้มีคะแนนเสียง เพื่อให้พรรคการเมืองของตนชนะการเลือกตั้ง มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล แล้วก็สุมหัวกันหาประโยชน์ตน

ปัญหานักการเมืองไร้คุณภาพ จึงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศชาติบ้านเมืองขณะนี้เป็นอย่างมาก ถ้าไม่สามารถยับยั้งนักการเมืองอย่างนี้เพื่อมิให้ได้เข้ามามีอำนาจรัฐ ก็เป็นอันหวังได้ว่าประเทศชาติบ้านเมืองของเราย่อมถึงกาลวินาศและโอกาสสิ้นชาติในที่สุดก็ย่อมเป็นไปได้เช่นเดียวกันอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ

การเลือกตั้งจึงไม่ใช่คำตอบ

แม้จะได้มีการพูดกันว่าในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้นจะต้องมีการเลือกตั้งก็ตาม เพราะตราบใดที่การเลือกตั้งยังเต็มไปด้วยการซื้อเสียงอย่างเช่นในขณะนี้ ตราบนั้นความไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมในการเลือกตั้งย่อมเกิดขึ้น ความเป็นประชาธิปไตยแท้จริงจึงไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างที่นักเลือกตั้งทั้งหลายชอบกล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่จะเป็นประชาธิปไตยจอมปลอมที่ไม่เป็นประโยชน์อะไรกับบ้านเมือง

รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ประกอบไปด้วยนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็เป็นการเลือกตั้งที่พูดกันทั้งบ้านทั้งเมืองว่าได้มีการใช้เงินใช้ทองกันมากมาย เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจอะไรที่การบริหารบ้านเมืองของนักการเมืองพวกนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาวของความทุจริตคดโกง

เป็นความทุจริตคดโกงที่มากกว่ายุคก่อนๆ

ที่สำคัญก็คือ แกนนำบางคนในพรรคหลักของรัฐบาล มีอดีตความเป็นมาที่สังคมไม่ได้ให้ความเชื่อถือในด้านความสัตย์ซื่อ การบริหารงานไม่เป็นไปในแบบนิติรัฐ ความสกปรกเลอะเทอะทั้งหลายถูกซุกไว้ใต้พรม

นักการเมืองในฝ่ายนิติบัญญัติก็เช่นเดียวกัน ไม่ทำหน้าที่ให้ถูกต้องเหมาะสมกับหน้าที่ ประพฤติปฏิบัติตนไปในทางเสื่อมเสียทั้งการพูดและการกระทำ ดังจะเห็นได้บ่อยๆ ในการใช้กิริยาวาจาด่าทอกันด้วยคำหยาบคาย เตะถีบชกต่อยกันให้เห็นในสภาบ่อยครั้ง แม้กระทั่งการโกหกมดเท็จกลางสภา

นี่คือสภาพความวิกฤติทางการเมือง ที่เกิดจากนักการเมืองที่ไร้คุณภาพ สร้างความล้มเหลวให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองทุกด้าน ไม่ผิดอะไรกับไฟที่กำลังลุกไหม้ประเทศของเราอยู่ในขณะนี้ ถ้าดับไม่ทันหรือไม่รีบดับ ไม่ว่าใครก็อยู่ไม่ได้

 6. ปัญหาความล้มเหลวของราชการ

ตลอดเวลาสิบปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ปัญหาการทำงานตามหน้าที่ของข้าราชการแทบทุกฝ่าย ได้ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในด้านต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสืบเนื่องมาจากข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ไร้คุณธรรม จริยธรรมนำมาซึ่งความไม่ถูกต้องชอบธรรม สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วหน้า

บ้านเมืองปัจจุบันต้องเป็นอย่างนี้มาร่วมสิบปี ก็เพราะคนถืออำนาจรัฐในขณะนั้น ซึ่งได้แก่ ทักษิณ ชินวัตร ได้ใช้อำนาจหน้าที่ไปในทิศทางที่ตนจะได้ประโยชน์ทุกอย่างๆ ตามที่ตนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจสังคม ด้านการเมือง ด้วยการเข้าไปครอบงำ บงการทุกอย่างให้เป็นไปตามความต้องการ ระบบราชการถูกแทรกแซงด้วยการแต่งตั้งโยกย้าย สับเปลี่ยนตัวบุคคลในแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าพลเรือน ตำรวจ หรือทหาร เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นทำงานในอำนาจหน้าที่เป็นไปตามที่ ทักษิณ ชินวัตร กำหนดไว้

เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเละเทะในระบบราชการ ไม่เอื้อประโยชน์แก่ส่วนรวมมาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงขณะนี้

ข้าราชการทุกฝ่ายถูกใช้เป็นเครื่องมือให้กับนักการเมือง ทำงานให้นักการเมืองตามที่นักการเมืองต้องการ แม้จะไม่ถูกต้องกับอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ก็ตาม เพื่อประโยชน์ที่จะได้รับจากนักการเมืองเหล่านั้น

เป็นเกราะกำบังให้นักการเมืองอีกด้วย ถ้านักการเมืองเหล่านั้น ตกอยู่ในภาวะอันตราย เดือดร้อน โดยเฉพาะข้าราชการฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายทหาร ที่ได้ดิบได้ดีในตำแหน่งหน้าที่การงานจากนักการเมือง

บ้านเมืองทุกวันนี้จึงเดือดร้อนไปทั่ว

โดยเฉพาะตำรวจ และทหารได้ตกเป็นเป้าของการโจมตีอย่างหนักจากสังคมขณะนี้ เพราะตำรวจหรือทหารบางคนไม่ทำหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมาตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย นอกจากคอยช่วยเหลือหรือเป็นเกราะกำบังให้

ชื่อเสียงโดยรวมของตำรวจและทหารจึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งๆ ที่ตำรวจและทหารส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ไม่เป็นผลดีต่อความสมัครสมานสามัคคีในการรักษาความสงบเรียบร้อย และการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ

ความพยายามของนักการเมืองบางคน บางฝ่ายบางพวก ที่ดึงเอาตำรวจหรือทหารเข้าไปเป็นฐานอำนาจทางการเมืองของตน จึงเท่ากับการเข้าไปแบ่งกลุ่ม แยกพวก ในหมู่ตำรวจและทหาร ไม่ว่าความพยายามที่ว่านี้จะกระทำด้วยรูปแบบใด เช่น การสนับสนุนหรือแอบสนับสนุนอย่างลับๆ แก่ตำรวจหรือทหารบางคนบางกลุ่มบางพวก แบ่งปันผลประโยชน์ทั้งทางด้านตำแหน่งหน้าที่และการเงินการทอง การกระทำของนักการเมืองดังกล่าวจึงเป็นการทำลายตำรวจและทหารทั้งทางตรงและทางอ้อม นำมาซึ่งความเสียหายใหญ่หลวงต่อระบบราชการ ซึ่งกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้

เพราะนำไปสู่การเผชิญหน้ากันได้ง่าย

อำนาจเพียงตัวเดียวที่ระบายจิตใจของคนบางคน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือทหาร ให้ดำมืดลงเรื่อยๆ เกิดความทะยานอย่างไร้ขอบเขตอย่างที่กำลังเห็นอยู่ในขณะนี้

โดยเฉพาะทหารในกองทัพ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่การงานในความรับผิดชอบสูงในบ้านเมือง ถ้าทหารในกองทัพ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาระดับสูงยอมตนรับใช้นักการเมืองเลวๆ เห็นแก่ประโยชน์ตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ทำหน้าที่ของตนที่กำหนดไว้ในกฎหมายแล้ว ก็เท่ากับร่วมมือกันเผาบ้านเผาเมืองอย่างน่าละอายที่สุด

อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

ละเลยไม่ใส่ใจในการทำหน้าที่ของตนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งมีด้วยกัน 4 ประการ ตามมาตรา 77 สรุปได้คือ

1. ปกป้องพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์

2. ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชน

3. รักษาเอกราชอธิปไตยและผลประโยชน์ชาติ

4. ช่วยพัฒนาประเทศ

กองทัพมีหน้าที่หลัก 4 ประการ ดังกล่าวนี้ ซึ่งต้องปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจกองทัพในการทำงานอย่างชัดเจน กองทัพจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ที่มีอยู่ โดยไม่ต้องมีใครร้องขอ หรือสั่งการ

การไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่มีอยู่ จะจงใจหรือไม่ใส่ใจก็ตาม ความผิดย่อมเกิดขึ้นตามมาเช่นเดียวกันตามประมวลกฎหมายอาญาที่กำหนดไว้แล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค

บทความย้อนหลัง